ผมเป็นคนหน้าไม่อาย

posted on 28 Apr 2008 23:21 by qmumuq in Hotpost

ผมได้ถามตัวเองว่า นานเท่าไรแล้ว ที่ไม่ได้ซื้อเพลงฟังและเช่าหนังดู?

....ระลึกชาติ....

ครั้งแรกที่ผมเริ่มโหลด Mp3 ก็คงเมื่อมี คอมเป็นของตัวเองและต่ออินเตอร์เน็ตได้มั้ง คิดว่านี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่ผม ได้เริ่มทําตัวน่าอาย ด้วยการละเมิดลิขสิทธิ์ อืมไม่ใช่สิ การละเมิดลิขสิทธิครั้งแรกของผมน่าจะมาพร้อมกับคอม เครื่องแรกนี่ล่ะ ที่มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการเถื่อนและซอฟแวร์เถื่อนอีกมากมาย ที่ทางร้าน ประกอบคอมเขาได้จัดหามาให้

....ระลึกชาติอีกรอบ....

ผมโตและเรียนมาจากต่างจังหวัด ครั้งแรกที่ได้สัมผัส คอม น่าจะเป็นที่โรงเรียน มัธยม การเรียน คอม สมัยนั้น เท่าที่จําได้ คือเรียนอาทิตย์ละ 1 คาบ เครื่องละ 2 คนบ้างครั้ง อาจเครื่องละ 3 คนด้วยซํ้าไป(ก็มันโรงเรียนต่างจังหวัดนิ) ได้รู้จักวินโดว์ พิมพ์งานได้ ใช้เพาว์เวอร์พอยต์เป็น แล้วก็รู้จักคําว่า "เวิลด์ไวด์เว็บ" (ตอนนั้นไม่สนใจคํานี้เท่าไรก็ด้วยเพราะความช้าของมันนั้นเอง) แล้วก็จบ ม.ปลายไปด้วยความรู้เกี่ยวกับคอมแค่ "หางอึ่ง" พอได้เข้า สู่รั้ว มหาลัย คณะที่เลือกเรียนก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย กับ คอม ช่วงเวลานั้น ที่จะเกี่ยวกับคอมก็ คงจะเป็นเรื่องเล่น เกมส์

และแล้ว คอม เครื่องแรกของผมก็มา วางอยู่ตรงหน้า พอได้ เห็นซอฟแวร์ ที่ทางร้านได้ลงมาให้ ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเขาไม่คิดเงินเพิ่มหรือ แล้วความสงสัยนี่ก็เลือนหายไป ตั้งหน้าตั้งตาเรียนดีกว่า

เหตุการณ์สําคัญก็ได้เกิดขึ้น โปรแกรม แอนตี้ไวรัส ที่ทางร้านได้ลงมาให้ กลับไม่ทํางานเอาดื้อๆ (มารู้ที่หลังว่า keyหมดอายุ) จึงได้ เริ่มหาโปรแกรมตัวใหม่ มาแทนอันที่ไม่ทํางาน ผมจึงได้รู้จักคําว่า "patch" "crack" "Keygen" "ยาแก้ไอ" "serial" 

และแล้วผมก็ไปศึกษาว่าไอ้คำพวกนี้หมายความว่ายังไง พอรู้ที่มาก็ได้จัดแจงลงโปรแกรมทันที มันเป็นโปรแกรมที่่ไม่ถูกต้อง หรือ เรียกอีกอย่างว่าโปรแกรมเถื่อน ผมลงโปรแกรมมาใช้สักพัก  เพื่อนผมมันก็บอกว่ามึงทำไมไม่ไปหา Open  Source Sofeware หรือ Free ware...และก็อีกมากมายหลายโปรแกรมแล้วเลือกมาลงซะ แล้ว จะใช้ของเถื่อนทำไม ในเมื่อโปรแกรมฟรีมันก็ดีเหมือนกัน สวนกลับไปทันที่เลย ว่า Photoshop มึงล่ะซื้อมาหลอ แพงนะน่ะ  ..... แหมไอ้คุณเพื่อนก็ มันก็ปนๆกันไป

พอผมได้คุยกับเพื่อน ผมเลยจัดการกับโปรแกรมในเครื่องซะเลย มีหลายๆโปรแกรม ที่ผมสามารถสลัดมันหลุดออกมาได้ โปรแกรมแรกเลยก็น่าจะเป็นโปรแกรมแอนตี้ไวรัส NOD 32 เหตุผลก็ตามที่กล่าวมาข้างต้นได้เปลี่ยนมาเป็น AVG และโปรแกรมต่อมา Nero โปรแกรม เขียนแผ่นที่ใครๆเขาก็ใช้กันทั่วบ้านทั่วเมือง จนทําออกมาเป็นคู่มือมากมายหลายสํานักพิมพ์ ผมได้ลองเปลี่ยนมาใช้โปรแกรมนี่ CDBurnerXP Pro แทน โปรแกรมต่อมาที่ทางร้านเขาลงติดเครื่องมาด้วยคือ ACDSee โปรแกรมดูและจัดการรูปภาพ ได้ลองหันมาใช้ FastStone Image Viewer แล้วก็ได้ลองมองหาโปรแกรมที่สามารถใช้แทน PowerDVD ได้ ก็ได้เจอกับตัวนี้ VLC media player แต่ก็ยังมีอีกหลายโปรแกรมในเครื่องที่ยังใช้โปรแกรมเถื่อนอยู่ผมจึงยังต้อง หน้าด้าน ใช้ของเถื่อนต่อไป แม้กระทั้งในตอนนี้ที่ผมกําลังเขียน อยู่นี่ ระบบปฎิบัติการที่ใช้อยู่ก็ เป็น วินโดว์ ปลอม ผมจึงได้ ลองไปศึกษา ระบบปฎิบัติการลินุกซ์ ที่ใช้ชื่อ ว่า อูบันตู จากเวป คลับของคนรัก อูบันตู ถ้าผมได้ใช้ ระบบปฎิบัติการลีนุกซ์ อย่างเต็มตัว ความน่าอาย ของผมน่าจะลดลงได้บ้าง ไม่มากก็น้อย เพราะ ในระบบปฎิบัติการ นี่ เขาได้ใส่ มาพร้อมกับ ซอฟแวร์ ที่ไม่ติดเรื่องลิขสิทธิ์ เขาพัฒนามาให้ใช้กันฟรีๆ

ช่วงนี้ก็ยังต้องหา Open Source Software และ Free Ware มาใช้แทนกันไปก่อน เช่น

OpenOffice ใช้แทน Microsoft Office

gimp ใช้แทน Adobe Photoshop CS3

7-Zip ใช้แทน Win RAR

ส่วนเรื่องเพลง โชคยังดีที่ผลงานเพลงที่ออกมาหลังๆนี่ ผมไม่ชอบ จึงไม่คิดที่จะโหลดเก็บ มาไว้ที่เครื่อง จะมีก็แต่เพลงเก่าที่ยังหาอยู่ แต่ก็ได้มาเจอกับ เวป บ้านเพลงเก่า ทำให้ผมไม่ต้องโหลดเพลง

ส่วน หนัง นี่ต้องขอยอมรับว่าทุกวันนี้ยังโหลด บิต อยู่ แต่หนังเรื่องไหนที่ดูแล้ว ชอบ ก็เต็มใจที่จะเสียเงินไปซื้อแผ่นแท้อย่างแน่นอน (ก็คงไม่ชอบไปทุกเรื่องหลอก!)

เพราะครอบครัวผม มันแค่คนฐานะปานกลาง ของสังคมไทย ผมคงไม่มีเงินมากมาย ไปซื้อเพลงแทบทุกอัลบัม หรือหนังแทบทุกเรื่องมาสะสม ยิ่งซอฟแวร์บางอัน ราคามันสูงมาก มากจนสามารถใช้กินไปได้ 2-3เดือน......(-*-.)

ผมจึงยังต้องอาศัยเวปบิตทั้งหลายที่เปิดกันอยู่ มาสนองความต้องการของผมอยู่นั้นเอง

โปรแกรมบางอันของผมก็เถื่อน บางอันก็ฟรี... 

 

หลังจากที่ ได้ระลึกชาติ มากหลายบรรทัดก็ตอบตัวเองได้ว่าหลังจากที่ มึง(ตัวผมเอง) มีคอมนี่ แหละ!

 

 

Comment

Comment:

Tweet

<a href="http://xwpikqohokpgzjj.com">yxwjrdnnznfpewv</a> http://gpbceqidckailrk.com [url=http://fltyzpmbwgopswp.com]qfzmrvltivvaabi[/url]

#20 By afxyvkjcqy (94.102.52.87) on 2010-06-14 12:50

รู้จักโหลดเพลงเมื่อปีสองปีก่อน ก็เลยโหลดมาฟังอยู่หลายเพลงเหมือนกันsad smileช่วงหลัง ๆ ก็โหลดน้อยลงแล้ว
ส่วนหนังไม่เคยโหลด จะดูจากวีซีดี วิดีโอที่มหาลัย ไม่ก็ดูที่โรงหนัง แต่ถ้าชอบเรื่องไหนมาก ๆ นี่ ก็จะไปซื้อแผ่นจริงมาเก็บ

#19 By marukogg on 2008-05-03 23:29

เค้าก็เป็นคนหน้าไม่อาย = =

#18 By » {๐๔} d r e a м .™ on 2008-05-02 14:47

ระลึกชาิติกันใหญ่ cry

ถ้าพวก Ubuntu มันรองรับโปรแกรมที่รันบน windows ได้

คงดีไม่น้อย

เพราะทุกวันนี้มันแยกกันไปหลา่ย platform เนี่ยสิ

ถ้า Windows, Mac, Ubuntu

มันเป็นมาตรฐานเดียวกัน

คือผู้พัฒนาสร้างโปรแกรมนี้มาตัวเดียวสามารถใช้ได้ทุก platform ละก็จะดีมาก

แต่ความเป็นจริง

ต่างฝ่ายต่างพัฒนาในแนวทางของตน

แบ่งแยกผู้พัฒนา แบ่งแยกผู้ใช้

ก็คงเป็นแบบนี้ต่อไป

ปล.เหมือนจะไม่ถูกกับหัวข้อแฮะ

#17 By Maxtrix™ on 2008-05-02 14:02

ยอมรับว่าโหลด MP3 ค่ะ เพราะเพลงสากลหาฟังในไทยไม่ได้ทุกเพลง และแผ่นแท้ก็แพงมากกกกกกกกกกก

แต่หนังนี่ไม่เคยโหลดมาดู และไม่เคยคิดจะโหลด ปกติแล้วจะไปดูในโรง ไม่ก็ซื้อแผ่นทั้งก็อป(อันที่ไม่ดีนัก) และแท้ (อันที่ชอบ)

แต่ถ้าเป็นหนังไทยเจี๋ยจะซื้อแผ่นแท้ตลอด
เหมือนสนับสนุนคนไทย แต่สามสี่ปีถึงจะมีสักเรื่องที่เข้าตาsad smile

ปล.เจี๋ยไม่ใช่คนดีเลิศและรู้ตัวว่ายังต้องปรับปรุงอีกเยอะ แต่เท่าที่ทำได้ตอนนี้ มันก็แค่นี้จริงๆ
ผมก็ชอบเก็บแผ่นแท้ครับแต่ก็ต้องชอบเรื่องนั้นจริงๆถึงจะซื้อครับ อย่างว่าทุนไม่ถึง เอิ้กๆbig smile

#15 By Pink clouds on 2008-05-01 15:51

สนับสนุนความคิดดีๆอย่างนี้ค่ะ
แต่ก็ยอมรับนะค่ะ
ว่ายังโหลดเพลงมาฟังบ้าง
ถ้าชอบถึงจะซื้อแผ่นแท
้โปรแกรมที่ใช้ส่วนมากก็เป็นของฟรี
ตอนนี้ใช้เื่ถื่่ือนอยู่ไม่กี่โปรแกรม
แบบว่ามันยังหาของฟรีไม่ได้จริงๆ

#14 By ~memay~ on 2008-05-01 15:07

ผมโหลดmp3 เยอะมาก

อาจเป็นเพราะ cdแพง และมันหายาก

หนังนี้ก็โหลดเยอะ

แต่ผมชอบแผ่นแท้มากกว่า

ไม่รุ้สิ DVD ของแท้มันน่าเก็บกว่าอานะ

#13 By dong=ดอง,โด่ง on 2008-05-01 14:28

งันเราก็คงเป็นคนหน้าไม่อายด้วยสินะ confused smile
อื้อ เราโหลดแต่เพลงสะส่วนใหญ่นะคะ
แต่เรื่องหนังนี่ขอผ่านเลย เป็นพวกอยากเก็บของแท้มากกว่า ^^
[อยากได้กล่องหนังว่างั้นเหอะ =w=]

#12 By ★+::+@MilY+::+★ on 2008-05-01 14:17

อืม ผมเป็นแฟนวง L'arc~en~ciel และไม่ฟังเพลงไทยเลย ปกติผมจะซื้ออัลบั้มมาเก็บ(ไม่แกะใช้)และโหลดตัวเพลงข้างในมาฟังเอา

ส่วนเรื่อง Crack & Keygen ของ software นั้น จริงๆบางครั้งจะให้ซื้อ software ถูกลิขสิทธิ์ก็ไม่ไหวน่ะครับ แผ่นละราวๆ 8000 บาท

แต่อย่างเช่น Bit torrent นี่ผมค่อนข้างจะแอนตี้คือ ปล่อย โหลด หนัง ทั้งๆที่เรื่องนั้นยังอยู่ในโรง
แต่เรื่อง Fansub ของ anime นี่ผมค่อนข้างจะสนับสนุนนะ เพราะมันก็ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะพอมีลิขสิทธิ์ในไทย เขาก็ถอดออกเอง

#11 By 早乙女有人 on 2008-05-01 13:50

อุ้ย เหมือนโดนด่าอีกคนอิอิ งั้นขอเป้นคนหน้าไม่อายด้วยคน

#10 By fangkhaow on 2008-05-01 13:44

แม่มดเคยแต่โหลดเพลงมาฟัง ยังไม่เคยโหลดหนัง

แต่เวลาโหลดมาฟังก็จาซื้อแผ่นแท้ด้วยนะ แค่ต้องใช้เวลานานหน่อยในการเก็บตัง แง่ว

#9 By *~ แม่มด ~* on 2008-05-01 12:43

ก็อะนะ
.
.
โหลดเหมือนกันค่ะ
แต่ก็เป็นบางที

ส่วนใหญ่ถ้าเป็นหนังก็เช่าดู
เพลงก็แผ่น เอ็มพี เหอๆsad smile

แต่ก็ซื้อเหมือนกันนะคะ
แต่หลังๆนี่ เพลงเปิดฟังจากเว็บเอา
ส่วนหนัง ไม่ค่อยได้ดู

#8 By ...... on 2008-05-01 12:40

Hot!

สนับสนุนความคิดแบบนี้จริงๆ^^

#7 By on 2008-05-01 10:19

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ และแนะนำ
เว็บเพลงดีๆให้นะครับ
ผมให้Hot!กับ sad smile ครับ

#6 By on 2008-04-30 18:36

ไม่มีเงินมากมาย ไปซื้อเพลงแทบทุกอัลบัม หรือหนังแทบทุกเรื่องมาสะสม ยิ่งซอฟแวร์บางอัน ราคามันสูงมาก มากจนสามารถใช้กินไปได้ 2-3เดือน......(-*-.)

จริง เพราะไม่รู้เพราะเศรษฐกิจหรือไร ที่อื่นเขาทำงานแป๊บเดียวก็เก็บตังซื้อได้ เมืองไทยเด็กทำพาร์ทไทมไปเลยเป็นปีก็ซื้อได้นิดเดียว เฮ้อ
เรื่องธรรมดาครับ ใครไม่เคยทำ
เพียงแต่ทำผิดเพื่อเรียนรู้ แล้วก็พัฒนาเพื่อสิ่งที่ถูกต้องต่อไป

#4 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-04-29 20:16

ยังดีนะครับ ยังขวนขวายหาโหลดมาดู มาใช้จนได้

...
แต่ผม ไม่ได้ดูก็คือไม่ได้ดู ไม่ได้ฟังก็คือไม่ได้ฟัง
ใช้เท่าที่มี เข้าขั้นเศรษฐกินแกลบกินมั้งเนี่ย open-mounthed smile

ประหยัดเยี่ยมยอด open-mounthed smile

#3 By cvane on 2008-04-29 10:25

เย้ยย ไอ้ที่อ่านๆนี่ ไม่ใช่สมองอึ่งแล้วววว มันขึ้นเทพแย้ว หุหุ sad smile
ผมยังโหลดเพลงอยู่
แต่ผมก็ยังซื้อแผ่นแท้มาฟังเหมือนกันครับ

สำหรับผมแล้ว การโหลดเพลง คือการทดลองฟัง จริงๆ
แค่ว่า ทดลองฟังเยอะมากครับ 555
แต่ผมไม่เคยโหลดทั้งอัลบั้มครับ (เพราะผมใช้เน็ท dial up)

แผ่นเพลงแผ่นแรกในชีวิตที่ผมซื้อด้วยเงินตัวเองก็ บอย โกสิยพงษ์ ครับ (เมื่อปีที่แล้วนี่เอง) หลังจากนั้นก็ซื้ออีก 2-3 แผ่น จนถึงตอนนี้

#1 By D û D e ` z on 2008-04-28 23:48

Pink clouds View my profile